พระสีวลี
พระสีวลีเถระ หรือ พระสีวลี เป็นพระภิกษุที่ พระพุทธเจ้าทรงยกย่อง ให้อยู่ในตำแหน่ง เอตะทัคคะ ทางความเป็นเลิศในด้าน ผู้มีลาภมาก เนื่องจาก ท่านเป็นผู้ที่ได้รับลาภสักการะมาก จากกุศลกรรมที่ท่านได้ทำมาแต่อดีต
เชื่อกันว่า ผู้ใดที่มีรูปหล่อของพระสีวลีไว้ประจำบ้าน จะทำให้ ตนเอง และ บ้านเรือนของตน เป็นศิริมงคล เป็นเมตตามหานิยม ช่วยป้องกันภัยอันตรายต่างๆ ผู้ที่หมั่นสวดสักการะบูชาท่านอยู่เสมอ จะมีโชคลาภอยู่เป็นนิตย์
ประวัติของพระสีวลี
พระสีวลี เป็นพระโอรสของ พระนางสุปปวาส ซึ่งเป็นพระราชธิดาของราชาแห่งกรุงโกลิยะ พระสีวลีต้องอยู่ในครรภ์พระมารดา นานถึง 7 ปี 7 เดือน 7 วัน เนื่องจาก ต้องชดใช้กรรมเก่า จากอดีตชาติ
ในอดีตชาติ
พระสีวลีเกิดเป็นพระราชาของกะสินคร พระนางสุปปวาสเกิดเป็น พระมารดาของพระราชา ในขณะนั้น กสินคร และ ปะสินคร เกิดทำสงครามกัน พระราชาของกะสินคร ทรงมีอุบายร่วมกับพระมารดา โดยยกกองทัพใหญ่ ไปปิดล้อมปะสินครไว้ ตัดขาดการติดต่อจากโลกภายนอก เพื่อให้ปะสินครยอมแพ้เอง โดยไม่ต้องสู้รบ ทำให้ชาวเมือง ต้องประสบกับ โรคภัยไข้เจ็บ ขาดแคลนอาหาร ดำรงชีวิตด้วยความทุกข์เวทนา นานถึง 7 ปี 7 เดือน 7 วัน ปะสินครจึงยอมแพ้
ผลจากกรรมนั้น จึงส่งผลให้ พระสีวลี ต้องทุกข์ทรมาน อยู่ในครรภ์พระมารดา นานถึง 7 ปี 7 เดือน 7 วัน
ในขณะที่พระสีวลี อยู่ในพระครรภ์นั้น นอกจากจะต้องชดใช้บาปกรรมในอดีตแล้ว ผลบุญที่เคยสร้างมา ก็ยังส่งผลด้วย ทำให้พระมารดา ได้โชคลาภสักการะอย่างมากมาย ไม่ขาดสาย เนื่องจาก ในอดีตชาติ สมัยของพระพุทธเจ้าทรงพระนามว่า “วิปัสสี” พระสีวลี เกิดเป็นเด็กหนุ่มผู้หนึ่ง ในหมู่บ้านเล็กๆ ของเมืองพันธุมดี เด็กหนุ่มผู้นี้ ได้หมั่นสร้างบุญ สร้างกุศลอยู่เสมอ มิได้ขาด จนกระทั่งสิ้นอายุขัย และ ที่สำคัญเขาได้มีโอกาส ได้เข้าไปถวายน้ำผึ้งที่กรองมาอย่างดีแก่ พระพุทธเจ้าวิปัสสี และ พระภิกษุสงฆ์ 500 รูป ด้วยมือของตนเอง และ พระพุทธเจ้าวิปัสสี ได้ทรงประทานพร ให้เขาเป็นผู้มีลาภมาก เมื่อมาเกิดเป็น พระสีวลี จึงส่งผลให้ตัวท่าน และ คนรอบข้าง ได้รับลาภสักการะอยู่เสมอ
หลังจากที่ พระสีวลี อยู่ในครรภ์พระมารดา มานาน จนใกล้ถึงเวลาที่จะประสูติ พระมารดาทรงได้รับ ทุกขเวทนาอย่างมาก พระนางจึงขอให้พระสวามี ไปกราบบังคมทูลขอพร จากพระพุทธเจ้า และ พระพุทธเจ้าก็ทรงประทานพรแก่พระนางว่า “ขอให้พระนางสุปปวาสา พระราชธิดาแห่งพระเจ้ากรุงโกลิยะ จงเป็นหญิงมีความสุขปราศจากโรคาพยาธิ และ ประสูติพระราชโอรสผู้หาโรคมิได้ ออกมาโดยง่ายเถิด” หลังจากนั้น พระนางก็ได้ประสูติพระราชโอร ออกมาอย่างง่ายดาย และ พระประยูรญาติทั้งหลาย ได้ถวายพระนามแก่ พระราชโอรสน้อยว่า สีวลีกุมาร
เมื่อพระนางสุปปวาสา มีพระวรกายแข็งแรงดีแล้ว พระองค์มีพระประสงค์ จะถวายมหาทานติดต่อ 7 วัน จึงขอให้พระสวามี กราบทูลอาราธนาพระพุทธเจ้าพร้อมด้วยภิกษุสงฆ์ มารับมหาทาน และ ตลอดทั้ง 7 วันนั้น สีวลีกุมาร ผู้มีพระวรกายแข็งแรงดุจกุมารที่มีพระชนม์ 7 พรรษา ก็ได้มาช่วย พระบิดาและพระมารดา จัดแจงกิจต่างๆโดยตลอด
พระสารีบุตรเถระ ซึ่งอยู่ในหมู่ภิกษุสงฆ์ด้วย ได้สังเกตดูสีวลีกุมารอยู่ตลอด ตั้งแต่วันแรก เกิดความรู้สึกพอใจ ในพระราชกุมารน้อยอย่างยิ่ง เมื่อถึงวันที่ 7 ซึ่งเป็นวันสุดท้าย พระสารีบุตรเถระ จึงได้ชักชวนให้สีวลีกุมารออกบวช สีวลีกุมาร ซึ่งมีจิตน้อมไปทางการบวชอยู่แล้ว ได้กราบทูลขออนุญาตจากพระบิดาและพระมารดา เมื่อได้รับอนุญาต จึงติดตามพระเถระ ไปยังพระอาราม พระสารีบุตรมหาเถระ ผู้รับภาระเป็นพระอุปัชฌาย์ ได้สอนพระกรรมฐานเบื้องต้น คือ ปัญจะกะกรรมฐาน ทั้ง 5 ให้ ในขณะเข้าพิธีบวช สีวลีกุมาร ได้พิจารณาพระกรรมฐานไปด้วย เมื่อจรดมีดโกนเพื่อโกนผม ครั้งแรกท่านก็ได้บรรลุเป็น พระโสดาบัน จรดมีดครั้งที่ 2 ท่านได้บรรลุเป็น พระสกทาคามี จรดมีดครั้งที่ 3 ท่านได้บรรลุเป็น พระอนาคามี และ เมื่อโกนผมเสร็จ ท่านก็ได้บรรลุเป็น พระอรหันต์ ทั้งที่อายุยังน้อย
หลังจากนั้น ปรากฏว่าท่านเป็นพุทธสาวกที่มีลาภสักการะมากมาย จากบุญบารมีที่ท่าน ได้สั่งสมมาตั้งแต่อดีตชาติ ลาภสักการะเหล่านี้ ยังได้ส่งผลไปยังพระสงฆ์ท่านอื่นๆ รวมถึงพระพุทธเจ้าด้วย หากท่านใด หรือ หมู่คณะใด ร่วมเดินทางไปเผยแผ่พระธรรมกับพระสีวลี แม้ว่าจะไปในที่กันดารเพียงใด ก็จะไม่ขาดแคลน อาหาร และ ที่พักเลย เพราะเหตุนี้ พระพุทธเจ้า จึงทรงยกย่องพระสีวลี ให้เป็น เอคทัคคะ ทางผู้มีลาภมาก
พระสีวลี จึงได้รับการศรัทธาว่า เป็นพระภิกษุสงฆ์แห่งโชคลาภ และ ความสมบูรณ์มั่งคั่ง ซึ่งศรัทธานี้ ได้สืบต่อมาจนถึงปัจจุบัน ผู้ทำธุรกิจการค้า หรือ ต้องการประสบความสำเร็จ ด้านโชคลาภ หรือ เมตตามหานิยม จึงมักจะบูชาพระสีวลี
ผู้ที่บูชาพระสีวลี ควรหมั่นบริจาคทาน ในที่ยากลำบาก เพราะ ในอดีตทุกๆชาติ พระสิวลีจะทำบุญด้วยศรัทธาเต็มเปี่ยม ดังนั้น ผู้ต้องการให้พระสิวลีช่วย จึงควรบริจาคทาน ให้ผู้ยากไร้มากๆ
การบูชาพระสีวลี ให้บูชาด้วย
1.ผลไม้สด น้ำผึ้ง ดอกไม้ 3 ดอก 5 ดอก หรือ 7 ดอก ก็ได้ (ดอกไม้ขาว หรือ ดอกบัว หรือ ดอกไม้ที่มีกลิ่นหอมทุกชนิด)
2.น้ำสะอาดลอยดอกมะลิไว้บนน้ำ 1 แก้ว
3.ธูป 3 ดอก เทียน 1 เล่ม
เคล็ดโบราณกล่าวไว้ว่า
วันพฤหัสบดีควรถวาย ผลไม้สด และ น้ำผึ้ง
วันเสาร์ควรถวาย อาหารที่ปรุงจากต้นบัว หรือ อาหารทะเล
แล้วตั้งจิตอธิษฐานขอให้ โชคลาภสำเร็จ สมดังหวัง และ เมื่อได้โชคลาภสมหวังแล้ว ควรทำบุญเลี้ยงพระ หรือ ถวายสังฆทาน
คาถาบูชาพระสิวลี
” สีวะลี มะหาเถโร เทวะตานะระปูชิโต โสระโห ปัจจะยาทิมหิ อะหัง วันทามิ สัพพะทาฯ
สิวสีจะ มะหาเถโร ยักขาเทวาภิปูชิโต โสระโห ปัจจะยาทิมหิ อะหัง วันทามิ สัพพะทาฯ
สิวะลีเถระคุณังเอตัง โสตถุลาภัง ภะวันตุฯ “
คาถาบทนี้ ท่านให้ภาวนาก่อนนอน หรือ หลังตื่นนอน และ ก่อนไปติดต่อธุรกิจการค้า
เชื่อกันว่า จะทำให้มีลาภ ร่ำรวยในการค้าขาย ติดต่อธุรกิจราบรื่น ศัตรูที่มุ่งร้ายกลับกลายเป็นมิตร มีความสุข เป็นสิริมงคล

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น