มัชฌิมาปฏิปทา
มัชฌิมาปฏิปทา เป็นธรรมกัณฑ์แรก ที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงแก่ปัญจวัคคีย์ ในวันเพ็ญเดือนอาสาฬหะ ซึ่งก็คือ วันอาสาฬหบูชาในปัจจุบัน
คำว่า มัชฌิมา แปลว่า กลาง, สายกลาง, ระหว่างกลางไม่ไปข้างใดข้างหนึ่ง
คำว่า ปฏิปทา แปลว่า ทางเดิน, ทางดำเนิน, ข้อปฏิบัติ
มัชฌิมาปฏิปทา จึงแปลว่า ทางสายกลาง หรือ ข้อปฏิบัติที่เป็นทางสายกลาง
ทางสายกลางในความหมายนี้ หมายถึง เป็นกลางระหว่าง กามสุขัลลิกานุโยค และ อัตตกิลมถานุโยค
กามสุขัลลิกานุโยค คือ การประพฤติตนให้หมกมุ่นอยู่ในกาม
อัตตกิลมถานุโยค คือ การประพฤติตนให้ได้รับความลำบาก ด้วยวิธีการต่างๆ เช่น การนอนในน้ำ, การนอนบนหนามแหลมคม เป็นต้น
นักปฏิบัติในสมัยอดีตกาลนั้นเชื่อว่า แนวทางการปฏิบัติทั้งสองนี้ จะทำให้ถึงการหลุดพ้นได้ แนวทางทั้งสองนี้ เป็นที่แพร่หลายมา ตั้งแต่ก่อนสมัยพุทธกาล แม้แต่พระพุทธเจ้าเอง เมื่อทรงผนวชใหม่ๆ ก็เคยปฏิบัติมาเช่นกัน แต่หลังจากปฏิบัติด้วยพระองค์เอง จนตระหนักได้ว่า แนวทางทั้งสองนี้ เจือด้วยมิจฉาทิฏฐิ คือ เป็นความเห็นที่ผิด เป็นแนวทางที่ ไม่สามารถทำให้หลุดพ้นได้ พระองค์จึงทรงเปลี่ยนแนวทาง จนในที่สุด พระองค์ก็ทรงสามารถตรัสรู้ได้ ด้วยการปฏิบัติตามแนวทาง มัชฌิมาปฏิปทา หรือ ทางสายกลางนี่เอง
มัชฌิมาปฏิปทานี้ ประกอบด้วยองค์ 8 ประการ เรียกว่า มรรค 8 คือ
1. สัมมาทิฏฐิ คือ ความเห็นชอบ
2. สัมมาสังกัปปะ คือ ความดำริชอบ
3. สัมมากัมมันตะ คือ การกระทำชอบ
4. สัมมาวาจายะ คือ การพูดชอบ
5. สัมมาอาชีวะ คือ การเลี้ยงชีพชอบ
6. สัมมาวายามะ คือ ความพยายามชอบ
7. สัมมาสติ คือ ความระลึกชอบ
8. สัมมาสมาธิ คือ ความตั้งจิตมั่นชอบ
มรรคทั้ง 8 องค์นี้ จัดแบ่งออกได้เป็น 3 กลุ่ม คือ
กลุ่มที่ 1 เรียกว่า ศีล ประกอบด้วย
3.สัมมากัมมันตะ
4.สัมมาวาจา
5.สัมมาอาชีวะ
กลุ่มที่ 2 เรียกว่า สมาธิ ประกอบด้วย
6.สัมมาวายามะ
7.สัมมาสติ
8.สัมมาสมาธิ
กลุ่มที่ 3 เรียกว่า ปัญญา ประกอบด้วย
1.สัมมาทิฏฐิ
2.สัมมาสังกัปปะ
สรูปก็คือ ทางสายกลาง ที่เรียกว่า มัชฌิมาปฏิปทานี้ ต้องประกอบด้วย มรรคทั้ง 8 หรือ ต้องเป็น ศีล สมาธิ ปัญญา ถ้าทางสายกลางใด ไม่ลงในมรรค 8 หรือ ไม่เป็น ศีล สมาธิ ปัญญา ทางสายกลางนั้น ก็ไม่เข้าหลักพุทธศาสนา ไม่ใช่คำสอนในพุทธศาสนา
มรรค 8 เป็นแนวทางในการปฏิบัติ สำหรับผู้ครองพรหมจรรย์ และ ฆราวาสที่ปฏิบัติธรรมอย่างเคร่งครัดจริงจัง ในส่วนของพุทธศาสนิกชนโดยทั่วไป ที่เรียกว่า คฤหัสถ์นั้น การปฏิบัติตามทางสายกลาง ในการดำเนินชีวิตประจำวัน ทำได้ด้วย บุญกิริยาวัตถุ 3 ได้แก่
1.ทาน คือ การช่วยเหลือเกื้อกูลผู้อื่น ตามความเหมาะ
2.ศีล คือ การควบคุม กาย และ วาจา ไม่ให้ไปเบียดเบียนผู้อื่น
3.ภาวนา คือ การฝึกอบรมจิต และ ภาวนาปัญญา ให้มีคุณภาพ มีคุณธรรม
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น