พระเจ้าพิมพิสาร
พระเจ้าพิมพิสาร เป็นราชาแห่งแคว้นมคธ ซึ่งเป็นแคว้นที่ยิ่งใหญ่แคว้นหนึ่ง ในสมัยพุทธกาล พระองค์ขึ้นครองราชย์ต่อจากพระบิดา เมื่อพระชนมายุเพียง 15 ปี และ ครองราชย์อยู่เป็นเวลา 52 ปี
กล่าวกันว่า พระเจ้าพิมพิสาร กับเจ้าชายสิทธัตถะ(พระพุทธเจ้า) ทรงเป็นอทิฏฐสหาย (สหายที่ไม่เคยพบหน้ากัน) เนื่องจาก พระบิดาของพระเจ้าพิมพิสาร กับ พระบิดาของเจ้าชายสิทธัตถะ ทรงมีความสนิทสนมกัน
เมื่อเจ้าชายสิทธัตถะ เสด็จออกบรรพชา ได้เสด็จมาพักที่ เชิงเขาปัณฑวะ ในแคว้นมคธ พอพระเจ้าพิมพิสารทรงทราบ จึงได้เสด็จไปเฝ้า และ ทรงพอพระทัย เลื่อมใสศรัทธา จนถึงกับ ทูลเชิญให้ครองราชสมบัติครึ่งหนึ่งแห่งแคว้นมคธ แต่เจ้าชายสิทธัตถะ(ที่บรรพชาแล้ว)ทรงปฏิเสธ และ ตรัสว่า พระประสงค์ของพระองค์ มีเพียงการแสวงหาอนุตรสัมมาสัมโพธิญาณเท่านั้น พระเจ้าพิมพิสารจึงทูลขอว่า หากได้บรรลุพระสัมมาสัมโพธิญาณแล้ว ขอให้เสด็จกลับมาแสดงธรรมโปรดพระองค์ด้วย
เมื่อเจ้าชายสิทธัตถะ ทรงบำเพ็ญเพียร จนได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าแล้ว ก็ทรงออกไปเผยแผ่ศาสนาในที่ต่างๆ จนเข้าสู่กรุงราชคฤห์ เมืองหลวงของแคว้นมคธ ทรงประทับอยู่ ณ สวนตาลหนุ่ม(ลัฏฐิวัน) เมื่อพระเจ้าพิมพิสารทรงทราบ จึงเสด็จไปเฝ้า พร้อมข้าราชบริพาร และ ประชาชนจำนวนมาก เมื่อได้ฟังพระพุทธเจ้า ทรงแสดงธรรมเทศนาจบ พระเจ้าพิมพิสาร ทรงเลื่อมใส ศรัทธา เป็นอย่างยิ่ง จึงทรงประกาศตนเป็น อุบาสกในพระพุทธศาสนา
พระเจ้าพิมพิสาร ถือว่าเป็นพระราชาองค์แรก ที่ประกาศตนเป็นอุบาสก ผู้นับถือพระพุทธศาสนา และ พระองค์ยังได้ถวายพระอุทยานเวฬุวัน หรือ สวนไม้ไผ่ ซึ่งเป็นสวนหลวง ให้เป็นสถานที่ประทับแด่พระพุทธเจ้า และ พระพุทธเจ้าทรงรับไว้ จึงถือว่า เวฬุวัน เป็นวัดแห่งแรกในพระพุทธศาสนา
นอกจากนี้ ยังได้พระราชทาน หมอชีวกโกมารภัจจ์ ซึ่งเป็นแพทย์ประจำราชสำนัก ให้มาเป็นแพทย์ประจำองค์พระพุทธเจ้า และ ภิกษุสงฆ์ อีกด้วย
พระเจ้าพิมพิสาร ทรงเป็นราชาที่ ปกครองแผ่นดินโดยธรรม และ ทรงอุปถัมภ์ บำรุง พระพุทธศาสนา ด้วยประการต่างๆ เป็นอันมาก ทำให้พระพุทธศาสนา เจริญแพร่หลายทั่วแคว้นมคธ จึงถือได้ว่า พระองค์เป็นผูัที่ ได้สร้างบุญ สร้างกุศลไว้อย่างมากมาย ซึ่งบุญกุศลเหล่านั้น ต้องตอบสนองแก่พระองค์อย่างแน่นอน แต่ถึงอย่างไร ผลบุญเหล่านั้น ก็ไม่อาจลบล้าง หรือ หักล้าง กับ ผลบาปที่มีมาแต่ปางก่อน
พระเจ้าพิมพิสาร มีพระโอรสอยู่พระองค์หนึ่ง ซึ่งเป็นรัชทายาท ประสูติจากพระนางเวเทหิ ขณะพระนางทรงพระครรภ์ โหราจารย์ได้ทำนายว่า พระโอรสองค์นี้ จะเป็นผู้ทำปิตุฆาต คือ เป็นผู้ปลงพระชนม์พระเจ้าพิมพิสาร พระนางเวเทหิ จึงทรงพยายามทำลายพระครรภ์ของตน แต่พระเจ้าพิมพิสาร ทรงห้ามไว้ และ รับสั่งให้ดูแลพระครรภ์ให้ดี เมื่อพระโอรสประสูติ ทรงได้พระนามว่า อชตศัตรู (ผู้เกิดมาไม่เป็นศัตรู) พระเจ้าพิมพิสาร ทรงรักใคร่พระโอรสมาก
พระโอรสอชาตศัตรู เมื่อเจริญวัยขึ้น ได้ถูกพระเทวทัต ชักชวนไปในทางที่ผิด และ ได้มีพระบัญชาให้ขังพระบิดา ซึ่งก็คือ พระเจ้าพิมพิสารไว้ ห้ามผู้ใดเข้าพบ และ ทรมานต่างๆนาๆ เช่น ให้อดอาหาร กรีดพระบาททั้งสองข้าง เป็นต้น เป็นเหตุให้ พระเจ้าพิมพิสารสวรรคต โดยที่พระโอรสอชาตศัตรู ก็ยังไม่ทรงรับรู้
ต่อมา อชาตศัตรู ก็ได้มีพระโอรสองค์หนึ่ง ซึ่งอชาตศัตรู ทรงรักใคร่ในพระโอรสมาก จึงสำนึกถึง ความรักที่พระเจ้าพิมพิสารมีให้ ว่ามากมายเพียงใด เมื่อสำนึกได้ ก็รีบรับสั่งให้ปล่อยตัวพระบิดา แต่ปรากฏว่า พระบิดาได้สวรรคตไปเสียแล้ว อชาตศัตรูเสียพระทัยอย่างมาก จัดถวายพระเพลิงพระบรมศพของพระบิดา อย่างสมพระเกียรติ และ ทรงเลิกคบหากับพระเทวทัต แล้วหันมาศรัทธาในพระพุทธศาสนา หมั่นทำบุญ สร้างกุศล แต่ถึงอย่างไร ก็ไม่อาจ ลบล้างบาปที่ทำปิตุฆาตได้
ผลบุญย่อมต้องได้รับ
ผลบาปย่อมต้องชดใช้
ละเว้นบาปทั้งปวงได้ประเสริฐยิ่ง
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น