วันจันทร์ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2563

อยู่กับปัจจุบัน

อยู่กับปัจจุบัน

การอยู่กับปัจจุบัน

ไม่คำนึงถึงอดีตที่ล่วงมาแล้ว

ไม่คาดหวังกับอนาคตที่ยังมาไม่ถึง

ทำปัจจุบันนี้ให้มันดี

ถ้ามีกรรมใดมีกุศลใดก็มีตอนนี้

ไม่มีเรื่องราวในอดีต เข้ามารบกวน

ไม่มีความมุ่งหวังในอนาคต เข้ามารบกวน

เท่านี้ก็เพียงพอแล้ว ที่จิตจะเป็นสุข จิตจะไม่เป็นทุกข์ จิตเป็นอุเบกขา คือ วางเฉยต่อสิ่งทั้งหลายทั้งปวงได้

ไม่มีอดีต ไม่มีอนาคต เข้ามาแทรกแซง

อยู่กับสิ่งที่เป็นปัจจุบัน

อยู่ด้วยอุเบกขาจิต

ในอดีตของทุกๆคน ย่อมจะต้องได้พบเจอทั้ง ความทุกข์  ความล้มเหลว ความสุข ความสำเร็จ

หากมัวแต่จมอยู่กับความทุกข์ในอดีต ฝังใจอยู่กับ ความล้มเหลว ความผิดหวัง ความขมขื่น ในอดีต ไม่อาจปล่อยวางได้ ชีวิตก็คงจะมีแต่ความทุกข์ต่อไป

และหากมัวแต่ชื่นชม อิ่มเอม คิดถึงแต่ ความสุข ความสำเร็จในอดีต ชีวิตก็คงจะไม่พัฒนา ไม่มีการปรับปรุง ไม่มีการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ เพราะ มัวแต่จมอยู่กับอดีต ยึดติดอยู่กับอดีตอันรุ่งโรจน์ จนขาดความใส่ใจ ในสภาพเป็นความจริงในปัจจุบัน

ส่วนในเรื่องของอนาคตก็เช่นกัน ย่อมมีการคาดหวัง ทั้งในทางร้าย และ ทางดี

หากมัวแต่กลัดกลุ้ม กังวล ห่วงพะวงว่า ต่อไปจะต้องพบกับ ความผิดหวัง ความล้มเหลว จะต้องเจอกับความทุกข์อย่างนั้นอย่างนี้ ชีวิตก็คงอยู่กับ ความวิตก ความกลัว คงยากที่จะมีสุขได้

และหากมัวแต่หวังผลเลิศเลอ คิดหวังว่าอนาคต จะต้องมีความสุข ประสบความสำเร็จ รุ่งโรจน์โชติช่วงชัชวาลอย่างแน่นอน แต่พอถึงเวลาจริง กลับไม่เป็นไปอย่างที่คิด ไม่เป็นไปอย่างที่หวัง ก็อาจจะทำให้ยอมรับไม่ได้ ทำใจไม่ได้ จนกลายเป็นความทุกข์

ดังนั้น จึงควรใส่ใจกับปัจจุบันเป็นหลักไม่คำนึงถึงอดีต ไม่คาดหวังอนาคต ทำปัจจุบันให้ดีที่สุด แล้วชีวิตจะเป็นสุขได้

แต่การทำปัจจุบันให้ดีที่สุดนี้ ไม่ได้หมายความว่า ไม่ต้องคิดถึงอนาคต ไม่ต้องตั้งเป้าหมาย ไม่ต้องเตรียมการ ไม่ต้องวางแผนสำหรับอนาคต เพราะ ความจริงแล้ว การเตรียมการสำหรับอนาคต ก็เป็นสิ่งที่ต้องทำในปัจจุบัน เป็นเรื่องของปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องส่วนตัว หรือ เรื่องการงาน เช่น ในเรื่องงาน มีเป้าหมายอย่างไร ต้องทำอย่างไรถึงจะได้ตามเป้าหมายนั้น ก็วางแผน เตรียมการต่างๆ ให้ดีที่สุด เท่าที่สามารถจะทำได้ แล้วก็ดำเนินการตามนั้นไป ปล่อยวางจากการคาดหวัง ทั้งในทางดี และ ทางร้าย แค่ทำสิ่งที่ได้เตรียมการไว้อย่างดีที่สุดแล้วให้เต็มที่ แต่การปล่อยวางนี้ ไม่ใช่การปล่อยปละละเลย ไม่ใช่แค่หลับหูหลับตา ทำตามแผนงานที่วางไว้โดยไม่สนใจสิ่งอื่นใด การตรวจสอบทบทวนก็มีได้ หากสถานะการณ์เปลี่ยนแปลง ก็ปรับเปลี่ยนแผนได้ และเมื่อได้บทสรุปแล้ว ก็ทำให้เต็มที่ ปล่อยวางอารมณ์ ไม่ไปวิตกกังวลกลัวว่าจะล้มเหลว หรือ คาดหวังในความสำเร็จเลิศเลอมากเกินไป แค่มีความสุขกับการทำปัจจุบันนี้ให้ดีที่สุดก็พอ

สิ่งใดที่ได้ล่วงไปแล้ว สิ่งนั้นก็ได้ล่วงไปแล้ว

สิ่งใดที่ยังไม่มาถึง สิ่งนึ้นก็ยังมาไม่ถึง

หากบุคคลใด เข้าใจ เห็นแจ้ง ในธรรมปัจจุบันนี้

ขอให้บุคคลนั้น พึงตั้งใจ เจริญธรรมนี้ ให้ปรุโปร่งเถิด

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น