ทำบุญล้างบาป
มีบางคน ที่มีความเชื่ออยู่ว่า เมื่อได้ทำผิดทำบาปไปแล้ว ไม่อยากรับผลกรรม จากการกระทำของตน ก็สามารถเลี่ยงได้ โดยการทำบุญเพื่อแก้กรรม ทำบุญให้มากๆ ทำบุญที่ว่ากันว่าเป็นบุญใหญ่ ทำบุญที่ว่ากันว่าทำแล้วได้บุญมาก จนบางคน ถึงกับไม่เกรงกลัวบาปกรรม เพราะคิดว่า สามารถทำบุญ มาล้างบาป มาหักลบกลบหนี้ บาปที่ตนเองทำเอาไว้ได้
แต่ในความจริงแล้ว ทั้งบาป และ บุญ เมื่อได้ทำไปแล้ว ไม่สามารถจะลบล้างได้ สิ่งที่ทำไปแล้ว ที่ดีก็ดีไป ที่ชั่วก็ชั่วไป ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ ทั้งบาป และ บุญ ที่ได้ทำไว้ จะติดตามคนผู้นั้นไป เหมือนเงาตัวจนกว่า จะได้รับผลบุญ หรือ ชดใช้กรรมนั้นๆ จนหมดสิ้นแล้ว
ในการทำบุญนั้น อาจจะช่วยให้ ผลแห่งบาป ทุเลาเบาบางลงได้บ้าง ในบางกรณี คือ ถ้าบุญที่ทำไว้ มาส่งผลในจังหวะที่ บาปกำลังส่งผลอยู่ ก็จะทำให้บาปอ่อนกำลังลงได้บ้าง แต่ในความจริงแล้ว ไม่มีใครสามารถ กำหนด บาป บุญ ได้ ว่าจะให้ส่งผล ที่ไหน เมื่อไหร่อย่างไร บางครั้งอาจได้รับผลบุญก่อน เมื่อเสวยบุญจนหมดสิ้นแล้ว บาปจึงจะสำแดงผล บุญก็ช่วยอะไรไม่ได้ บางครั้งอาจจะต้องชดใช้บาปกรรมจนสาสมเสร็จสิ้นก่อน ผลบุญจึงค่อยปรากฏ บางครั้งบาปกรรมต้องชดใช้ชาตินี้ แต่ผลบุญส่งผลในชาติหน้า เป็นต้น บุญกรรมที่ทำไว้ เป็นสิ่งที่ต้องได้รับแน่นอน ตามกฏแห่งกรรม แต่ไม่อาจกำหนดควบคุม ให้เป็นไปตามที่ใจต้องการได้ ยกเว้น คนที่ปฏิบัติธรรมจนบรรลุมรรคผล ดับกิเลสภายในใจได้หมดสิ้น หลุดพ้นจากบ่วงกรรม คือ สามารถหยุดการทำบาปทำกรรมได้อย่างเด็ดขาด ทำดีอย่างบริสุทธิ์ ทั้ง กาย วาจา ใจ ปฏิบัติธรรม สร้างบุญให้ตนเองอย่างต่อเนื่อง ไม่มีบาปเจือปน บุญนี้จึงส่งผลต่อเนื่อง จนไม่มีช่องว่าง ให้บาปกรรมในอดีต เข้ามาเล่นงานได้ และ ในที่สุดผลบุญก็มาก จนบาปตามมาไม่ทัน
แต่สำหรับคนธรรมดาทั่วไป ที่ยังปฏิบัติไม่ถึงขั้นนั้น จิตใจยังมีกิเลส ในการดำเนินชีวิต ยังมีการทำดี ทำชั่ว ปะปนกันไป ทั้งตั้งใจบ้าง ไม่ตั้งใจบ้าง รู้ตัวบ้าง ไม่รู้ตัวบ้าง ก็ไม่สามารถหลุดพ้นจากบ่วงกรรมได้ จะต้องชดใช้กรรมที่ทำไว้ ไม่ว่าจะช้าจะเร็ว จะชาตินี้ หรือ ชาติไหนก็ตาม
ดังนั้น การคิดว่า เมื่อทำบาปแล้ว สามารถทำบุญมาลบล้างได้ จึงไม่ถูกต้องนัก และ การคิดเช่นนี้ อาจจะทำให้มีการทำผิดทำบาป มากขึ้นหนักขึ้นไปเรื่อยๆ เพราะ ไม่ต้องเกรงกลัวต่อบาป จะทำผิด ทำชั่ว ทำเลว แค่ไหน อย่างไรก็ได้ เมื่อทำไปแล้วก็ค่อยมาทำบุญลบล้างไปทีหลัง ไม่ต้องสำนึก ไม่ต้องรู้สึกว่าตัวเองผิดแต่อย่างใด คนที่ทำผิดแล้ว สำนึกได้ว่าตัวเองผิด มีความเกรงกลัวต่อบาป ที่จะเกิดขึ้นจากการกระทำของตน แล้วรู้จักปรับปรุงแก้ไข ไม่ทำผิดซ้ำเดิมอีก บาปกรรมที่ต้องชดใช้ ก็มีเพียงสิ่งที่ได้ทำผิดไว้ในครั้งนั้น แต่สำหรับคนที่ไม่เกรงกลัวต่อบาป ทำผิดแล้วไม่สำนึก ก็จะทำผิดซ้ำๆต่อไป และ จะทำผิดหนักขึ้น มากขึ้น โดยไม่เกรงกลัว บาปกรรมทั้งหมดก็จะติดตัวไป ถึงแม้จะทำบุญมากแค่ไหน ทำบุญใหญ่แค่ไหนก็ตาม ผลบุญก็จะตอบสนองในส่วนของบุญ ส่วนความผิดบาปที่ได้ทำไว้ ก็จะตามตอบสนอง ให้ต้องชดใช้กรรม จนกว่าจะหมดสิ้นเช่นกัน
เพราะฉะนั้น หากไม่อยากต้องมาชดใช้บาปกรรม ก็ต้องพยายาม หยุดทำบาปให้มากที่สุด ไม่ใช่การทำบาปไปก่อน แล้วค่อยมา ทำบุญล้างบาปทีหลัง
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น