วันพฤหัสบดีที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2563

เวรระงับด้วยการไม่จองเวร

เวรระงับด้วยการไม่จองเวร

การจองเวร คือการ อาฆาต พยาบาท โกรธแค้น ผูกใจเจ็บ ต่อคู่เวร จ้องที่จะจองล้างจองผลาญ ปรารถนาให้เขาพินาศล่มจม ซึ่งเมื่อเราจองเวรต่อเขา เขาก็ย่อมจะจองเวรตอบ เข้าห้ำหั่นกันทำลายล้างกัน อย่างไม่มีที่สิ้นสุด เช่น หากต่อว่าด่าทอผู้อื่น ผู้ที่ได้รับการต่อว่าด่าทอนั้น ย่อมผูกใจเจ็บ แล้วก็กระทำการ ต่อว่าด่าทอ ตอบกลับคืนบ้าง และ เมื่อต่างคนต่างผูกใจเจ็บ ต่างคนต่างขาดสติสัมปชัญญะ ไม่ยอมให้อภัย ไม่ยอมลดราวาศอกให้แก่กัน ก็จะกลายเป็นการตอบโต้กันไปมา หนักขึ้นไปเรื่อยๆ จนถึงขั้น ลงไม้ลงมือทำร้ายกัน และ หาทางที่จะทำลายล้างผลาญกัน ด้วยวิธีการต่างๆนาๆ จนเป็นปัญหา สร้างความเดือดร้อน สร้างความทุกข์ ด้วยกันทุกฝ่าย จนหาความสงบสุขไม่ได้ และ ยังอาจดึงให้ผู้อื่น เข้ามาเกี่ยวข้องพัวพัน กับการจองเวรนี้อีกด้วย

นี่เป็นเพียงแค่ผลในชาตินี้ แต่การจองเวรต่อกันนั้น ยังมีผลต่อเนื่องยาวนาน ให้ต้องผูกเวรผูกกรรมกันไป ในชาติภพต่อๆไปอีกด้วย

ดังนั้น จึงควรระงับการจองเวรต่อกันเสีย ถ้าต่างฝ่ายต่างก็ยังผูกใจเจ็บกันอยู่ เวรก็จะไม่สามารถระงับลงได้ แต่ถ้า ทั้งสองฝ่าย หรือ ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง มีสติ เห็นโทษของการจองเวร แล้วใช้ขันติ ใช้ความเมตตา เข้าช่วย ก็จะระงับได้ เพราะ เวรทั้งหลายนั้น ย่อมไม่อาจระงับได้ด้วยการ จองเวรต่อกัน แต่จะระงับได้ด้วยการ ไม่จองเวร เหมือนอย่างเช่น การล้างพื้นที่สกปรก เปรอะเปื้อน ด้วยน้ำที่สกปรก ย่อมไม่อาจชำระล้างพื้นนั้นให้สะอาดหมดจดได้ แต่กลับจะยิ่งทำให้พื้นนั้น สกปรกมากยิ่งขึ้นกว่าเก่าอีก การก่อเวรเพื่อระงับการจองเวรก็เช่นกัน มีแต่จะทำให้มีเวรมีกรรมต่อกันเพิ่มขึ้นไปอีก ไม่อาจระงับได้ แต่ถ้า ล้างพื้นที่สกปรก เปรอะเปื้อน ด้วยน้ำสะอาด พื้นนั้นย่อมถูกชำระล้าง ให้สะอาดหมดจดได้ เช่นเดียวกัน เวรย่อมถูกระงับได้ ด้วยจิตใจที่สะอาด คือ จิตใจที่คิดไม่จองเวรต่อกันนั่นเอง

การไม่ผูกเวรต่อกัน จะทำให้จิตใจสงบ หากใจคิดจองเวร จะไปทางไหนก็เห็นแต่ศัตรู แต่หากใจไม่มีเวรกับใคร ไปทางไหนก็เจอแต่มิตร

ดังนั้น  หากเห็นโทษของการจองเวร และ เห็นคุณของการไม่มีเวรต่อกันแล้ว จึงควรละเลิกการก่อเวรเสีย เวรที่เคยมีมาก่อน ก็ทำให้เวรนั้นระงับลงไปด้วยการไม่จองเวร พยายามไม่ไปคิดถึงเรื่องเก่าๆ ที่จะทำให้ผูกใจเจ็บ พยายามให้อภัย และ ขออโหสิกรรมให้ ตั้งจิตแผ่เมตตาให้เจ้ากรรมนายเวร ขออย่าได้เป็นเวรเป็นกรรมต่อกันอีก อภัยทาน เป็นทานที่ทำได้ยากที่สุด แต่ก็เป็นทานมีผลสูงสุดในบรรดาทานทั้งปวง แม้ทำได้ยาก แต่หากตั้งใจ หมั่นฝึก หมั่นปฏิบัติ ตั้งจิตให้อภัย และ แผ่เมตตาบ่อยๆ ก็จะค่อยๆทำใจได้ จิตใจจะค่อยๆละวาง ค่อยๆคลาย ความโกรธ ความพยาบาท ลงไปได้ เป็นลำดับ ยิ่งทำใจได้มากเท่าไหร่ จิตใจก็จะยิ่งมี ความสุข ความสงบ ได้มากเพียงนั้น ไม่ว่ายากดีมีจนอย่างไร ถ้ามีจิตใจที่สงบดีแล้ว ย่อมถือว่า เป็นความสุขอย่างแท้จริง

สรุปแล้วก็คือ  เวรทั้งหลายนั้น ย่อมไม่อาจระงับได้ด้วยการ จองเวร แต่จะระงับได้ด้วยการ ไม่จองเวรต่อกัน

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น