วันพฤหัสบดีที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2563

กาเมสุมิจฉาจาร

กาเมสุมิจฉาจาร

กาเมสุมิจฉาจาร หมายถึง การประพฤติผิดในเมถุน การเสพเมถุนกับผู้ที่มีคุณสมบัติต้องห้าม (เมถุน คือ การส้องเสพกันระหว่างหญิงชาย)

หลักของกาเมสุมิจฉาจาร

หลักในการวินิจฉัยว่า เป็นกาเมสุมิจฉาจารหรือไม่นั้น มีองค์ประกอบอยู่ 4 องค์ ได้แก่

1. อะคะมะนียะวัตถุ หมายถึง หญิง หรือ ชาย นั้น เป็นบุคคลที่ ไม่ควรล่วงละเมิด

2. ตัสฺมิง เสวะนะจิตตัง หมายถึง มีจิตที่คิดจะเสพ หรือ มีความตั้งใจที่จะเสพกับ หญิง หรือ ชาย นั้น

3. เสวะนัปปะโยโค หมายถึง มีการกระทำ มีความพยายาม ในการที่จะเสพ

4. มัคเคนะ หมายถึง มีการปฏิบัติ มรรคถึงมรรค (มรรค ได้แก่ อวัยวะเพศ ทวารหนัก ทวารเบา และ ปาก)

หากมีองค์ประกอบ ครบทั้ง 4 องค์นี้แล้ว ถือว่า สำเร็จกาเมสุมิจฉาจารอกุศลกรรม

สำหรับ หญิง หรือ ชาย ซึ่งเป็นบุคคลที่ ไม่ควรล่วงละเมิด ตามในข้อที่ 1 นั้น มีดังนี้

หญิงที่ไม่ควรล่วงละเมิด มีอยู่ 20 จำพวก คือ

1. มาตุรักขิตา หมายถึง หญิงที่มารดา ดูแลรักษา

2. ปิตุรักขิตา หมายถึง หญิงที่บิดา ดูแลรักษา

3. มาตาปิตุรักขิตา หมายถึง หญิงที่ทั้งมารดาและบิดา ดูแลรักษา

4. ภาตุรักขิตา หมายถึง หญิงที่พี่ชายน้องชาย ดูแลรักษา

5. ภคินีรักขิตา หมายถึง หญิงที่พี่สาวน้องสาว ดูแลรักษา

6. ญาติรักขิตา หมายถึง หญิงที่ญาติ ดูแลรักษา

7. โคตตรักขิตา หมายถึง หญิงที่ผู้ร่วมโคตรร่วมสกุล ดูแลรักษา

8. ธัมมรักขิตา หมายถึง หญิงที่ธรรม ดูแลรักษา

9. สารักขา หมายถึง หญิงที่มีคู่หมั้นหรือสามี ดูแลรักษา

10. สปริทัณฑา หมายถึง หญิงที่ผู้มีอำนาจ จองตัวไว้

11. ธนักกีตา หมายถึง หญิงที่มีผู้อื่นไถ่หรือซื้อมา เพื่อเป็นภรรยา

12. ฉันทวาสินี หมายถึง หญิงที่เป็นภรรยาของผู้อื่น ด้วยสมัครใจ

13. โภควาสินี หมายถึง หญิงที่เป็นภรรยาของผู้อื่น เพราะ ได้โภคทรัพย์

14. ปฏวาสินี หมายถึง หญิงที่เข็ญใจ  ยอมเป็นภรรยาของผู้อื่น เพราะ ได้เครื่องนุ่งห่ม

15. โอทปัตตกินี หมายถึง หญิงที่เป็นภรรยาของผู้อื่น ด้วยการเข้าพิธีแต่งงาน

16. โอภตจุมภฏา หมายถึง หญิงที่เป็นภรรยาของผู้อื่น เพราะ เขาช่วยปลดภาระให้

17. หญิงที่เป็นทาส แล้วถูกนำมาเป็นภรรยา

18. หญิงที่รับจ้าง แล้วถูกนำมาเป็นภรรยา

19. ธชาหฏา หมายถึง หญิงที่ถูกจับตัวมาเป็นเชลย แล้วถูกนำมาเป็นภรรยา

20. มุหุตติกา หมายถึง หญิงที่เป็นภรรยาชั่วคราวของผู้อื่น (เช่น รับจ้างเป็นภรรยาชั่วคราว)

หญิง 8 จำพวกแรก (ตัั้งแต่ ข้อ1 ถึง ข้อ8) เป็นหญิงที่ยังไม่มีสามี ดังนั้น หากพอใจผู้ใด แล้วยินยอมมอบกายให้แก่ผู้นั้น ไม่ถือว่าเป็น กาเมสุมิจฉาจาร เพราะ ผู้ที่ปกครองดูแลรักษา ไม่ได้เป็นเจ้าของร่างกายของหญิงนั้น ตนเองจึงมีสิทธิ์ในร่างกายของตนเอง

ส่วนหญิงอีก 12 จำพวก (ตัั้งแต่ ข้อ9 ถึง ข้อ20) เป็นหญิงที่มีสามีแล้ว หากยอมให้ผู้อื่นล่วงเกิน ย่อมเป็น กาเมสุมิจฉาจาร

สำหรับชาย หากเสพเมถุนกับหญิง ซึ่งไม่ใช่ภรรยาตน 20 จำพวกนี้ ย่อมเป็นกาเมสุมิจฉาจาร

ชายที่ไม่ควรล่วงละเมิด มีอยู่ 2 จำพวก คือ

1. ชายที่ไม่ใช่สามีตน เป็นสิ่งต้องห้ามสำหรับผู้ที่มีสามีแล้ว

2. ชายที่จารีตห้าม มีอยู่ 3 จำพวก คือ

      - ชายที่อยู่ในพิทักษ์ของตระกูล เช่น พ่อ ตา ปู่ ทวด

      -ิชายที่อยู่ในพิทักษ์ของธรรมเนียม เช่น นักบวช นักพรต

      - ชายที่อยู่ในพิทักษ์ของกฎหมายบ้านเมือง เช่น พระภิกษุ สามเณร

โทษของกาเมสุมิจฉาจาร

การทำกาเมสุมิจฉาจารนี้ จะมีโทษมาก หรือ น้อย ขึ้นอยู่กับ หญิงหรือชาย ที่ถูกล่วงละเมิด ถ้าหญิงหรือชายนั้น เป็นผู้ที่ มีคุณมากโทษก็จะมาก มีคุณน้อยโทษก็จะน้อย และ ถ้าการกระทำนั้น มีเจตนา มีราคะแรงกล้า โทษก็จะมาก ถ้ามีเจตนา มีราคะอ่อน โทษก็จะน้อย

โทษที่จะได้รับทั้งมากและน้อย ดังนี้

1.มีผู้คนเกลียดชังมาก บางคนมียศถาบรรดาศักดิ์สูง แต่ลูกน้องไม่เคารพนับถือ

2.มีผู้คนคิดปองร้าย ถ้ามีสามีหรือภรรยา ก็มีเรื่องระหองแหงกัน

3.ขัดสนทรัพย์ ทำอะไรก็มีแต่ความฝืดเคือง

4.ยากจน อดอยาก

5.เกิดเป็นหญิง ซึ่งเป็นเพศที่ ต้องมีความลำบากมากกว่าชาย

6.เกิดเป็นกระเทย ซึ่งเป็นเพศที่ สังคมบางส่วนไม่ยอมรับ

7.ถ้าเกิดเป็นชาย จะเกิดในตระกูลต่ำ ทำให้ขัดสน ยากจน

8.ได้รับความอับอายอยู่เสมอ

9.ร่างกายไม่สมประกอบ พิการ หรือ มีส่วนใดส่วนหนึ่ง ผิดไปจากคนปกติ

10.เป็นคนที่มีความวิตกกังวลมาก

11.ต้องพลัดพราก จากผู้ที่ตนเองรัก

12.ต้องไปเกิดในนรก เพื่อชดใช้กรรม

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น