วันพฤหัสบดีที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563

ขันติบารมี

ขันติบารมี 

ขันติ หมายถึง ความหนักแน่น การที่สามารถรักษาใจไว้ให้เป็นปกติได้ สามารถอดทนอดกลั้น ต่ออารมณ์ ความทุกข์ ความสุขต่างๆ ที่เข้ามากระทบ ทั้งทางร่างกาย และ ทางจิตใจ เช่น อดทนต่อ สภาพอากาศ ร้อนหนาว ฝน ความหิว ความปวดเมื่อย ความเจ็บป่วย อดทนต่อ การถูกเหยียดหยามดูหมิ่น คำพูดจาบจ้วงล่วงเกิน ความโกรธ ความไม่พอใจ คำสรรเสริญยกย่องเยินยอ เป็นต้น

ขันติบารมีนี้ มีอยู่ด้วยกัน 3 ขั้น คือ

1.ขั้นขันติบารมี
เป็นการบำเพ็ญขันติ เพื่อมุ่งหวังพระโพธิญาณ ยิ่งกว่า ทรัพย์สิน และ คนที่รัก คือ รักขันติ ยิ่งกว่า ทรัพย์สิน และ คนที่รัก หากจะต้องเลือกว่า จะรักษาสิ่งใดไว้ และ เสียสละสิ่งใดไป ระหว่างสิ่งเหล่านี้ ก็จะไม่ยอมละขันติ เลือกที่จะรักษา ขันติไว้ ยิ่งกว่า ทรัพย์สิน และ คนที่รัก

2.ขั้นขันติอุปบารมี
เป็นการบำเพ็ญขันติ เพื่อมุ่งหวังพระโพธิญาณ ยิ่งกว่า อวัยวะของร่างกายตน คือ รักขันติ ยิ่งกว่า  อวัยวะของร่างกายตน หากจะต้องเลือกว่า จะรักษาสิ่งใดไว้ และ เสียสละสิ่งใดไป ระหว่างสิ่งเหล่านี้ ก็จะไม่ยอมละขันติ เลือกที่จะรักษา ขันติไว้ ยิ่งกว่าอวัยวะของร่างกายตน

3.ขั้นขันติปรมัตถบารมี
เป็นการบำเพ็ญขันติ เพื่อมุ่งหวังพระโพธิญาณ ยิ่งกว่า ชีวิตของตนเอง คือ รักขันติ ยิ่งกว่า ชีวิตของตนเอง
หากจะต้องเลือกว่า จะรักษาสิ่งใดไว้ และ เสียสละสิ่งใดไป ระหว่างสิ่งเหล่านี้ ก็จะไม่ยอมละขันติ เลือกที่จะรักษา ขันติไว้ ยิ่งกว่าชีวิตของตนเอง

ขันตินี้ ถือว่าเป็นรากฐาน ที่จะทำให้เกิดคุณธรรม คือ ศีล และ สมาธิ กุศลธรรมต่างๆ จะเติบโตขึ้นมาได้ ก็จะต้องอาศัยขันติ พระพุทธองค์ได้ทรงสรรเสริญ เรื่องขันติไว้ว่า นอกจากปัญญาแล้ว ขันติธรรมถือว่าเป็นเลิศ เราจึงควรสะสมขันติบารมีไว้ให้มาก เพื่อจะได้เป็นตบะต่อสู้กับกิเลสภายในใจของเรา

ขันติความอดทน เป็นสิ่งที่ทรงพลัง เป็นอาวุธ ที่ใช้ในการต่อสู้กับกิเลส และ อุปสรรคต่าง ๆ

กว่าที่พระพุทธเจ้า จะบรรลุธรรมได้ ต้องทรงมีขันติเป็นอันมาก แม้จะถูกประทุษร้าย ถูกกิเลสยั่วยวน ก็ไม่ถือโกรธ ไม่พยายามทำร้ายตอบ   ไม่รู้สึกขุ่นเคือง แต่มีจิตเมตตา ตั้งมั่นที่จะรักษาใจให้เป็นปกติไว้ให้ได้

ในการบำเพ็ญขันตินี้ จะต้องเป็นขันติ เป็นความอดทน ที่เกิดจากจิตที่เป็นกุศลเท่านั้น การไม่โต้ตอบ การเงียบเฉยแต่ภายนอก  แต่ภายในจิตใจ มีความโกรธ มีความเคืองแค้น ร้อนรุ่มเป็นไฟ รอเวลา รอโอกาสที่จะตอบโต้กลับในภายหลัง ไม่ถือว่าเป็นขันติที่จะทำให้บรรลุธรรม เพราะ ยังมีจิตใจที่เป็นอกุศลอยู่

การมีขันติอดทนต่อ อุปสรรค ความลำบาก คำสรรเสริญยกย่อง และ คำดูถูกดูหมิ่นทั้งปวง ไม่ยินดียินร้าย ตั้งใจบำเพ้ญขันติบารมี สั่งสมให้มากจนกลายเป็นตบะธรรมแก่กล้า จนสามารถเผาผลาญกิเลสภายในใจให้ดับหาย จะทำให้ บรรลุถึงสัมโพธิญาณได้

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น