วันพฤหัสบดีที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563

อภัยทาน

อภัยทาน

อภัยทาน เป็นการให้อภัยกับผู้อื่น ยกโทษให้กับผู้อื่น ยกโทษให้กับผู้ที่เป็นศัตรู ยกโทษให้กับผู้ที่เป็นคู่ขัดแย้ง ยกโทษให้กับผู้ที่บาดหมางกับเรา
ยกโทษให้กับผู้ที่ทำให้เรารูัสึกไม่พอใจ โดยการไม่ถือโกรธ ไม่พยาบาท ไม่จองเวร ไม่อาฆาต ไม่คิดร้าย ต่อเขา ในการที่เขาได้กระทำผิดต่อเรา ได้มีการล่วงเกินเรา หรือ จากการที่ได้มีการ กระทบกระทั่งกัน จนทำให้เรารู้สึก ไม่ชอบใจ ไม่พอใจ ขุ่นเคืองใจ ไม่ว่าจะเกิดมาจาก สาเหตุใดๆก็ตาม

การให้อภัยทานนี้ นับว่าได้ เป็นทานที่ ให้คุณกับผู้ให้ มากกว่าผู้รับ เป็นทานที่ไม่ต้องใช้ วัตถุสิ่งของ ทรัพย์สิน เงินทอง หรือ ของมีค่าใดๆ แต่กลับเป็นทานที่ทำแล้ว ได้บุญได้กุศลสูงที่สุด ในบรรดาการให้ทานทั้งปวง เพราะ เป็นการ ลดละโทสะ ลดละกิเลส ที่มีอยู่ในจิตใจ พร้อมทั้ง ยังเป็นการ เจริญเมตตาพรหมวิหารธรรมไปด้วย ซึ่งก็คือ การฝึกจิตให้มี เมตตา(ความปรารถนาให้ผู้อื่นมีความสุข), กรุณา(ความปรารถนาให้ผู้อื่นพ้นทุกข์), มุทิตา(ความยินดีเมื่อผู้อื่นมีความสุข) และ อุเบกขา(การวางเฉยอย่างมีปัญญา)

การให้อภัยทานนี้ เป็นเรื่องที่ เวลาพูด ดูเหมือนว่าจะทำได้ง่ายๆ แต่เวลาที่จะทำจริงๆนั้น จะทำให้สมบูรณ์ เป็นเรื่องที่ทำได้ยาก ยากกว่าการให้ทานด้วย วัตถุสิ่งของ ทรัพย์สินเงินทอง ของมีค่าต่างๆ เพราะว่า เป็นเรื่องของ ความรู้สึก เป็นเรื่องของจิตใจ ซึ่งเป็นสิ่งที่เราควบคุมได้ยาก แต่ก็เป็นสิ่งที่สามารถ ฝึกฝนกันได้ โดยต้องพยายามฝึกใจ ให้คุ้นเคย ฝึกใจให้เคยชิน กับการให้อภัย อยู่เป็นประจำสม่ำเสมอ จนการใหัอภัยนี้ กลายเป็นเรื่องปกติ ในชีวิตประจำวัน เพราะ ใจนั้นเป็นสิ่งที่สามารถ ฝึกฝนกันได้  เราฝึกให้ใจเราเป็นอย่างไร ใจเราก็จะเป็นอย่างนั้น

อภัยทานนี้ เมื่อได้เกิดขึ้นในจิตใจของผู้ใดแล้ว ผู้นั้นก็จะมีจิตใจที่ ปลอดโปร่ง ผ่องใส หลุดพ้นจากโทสะ หลุดพ้นจากกิเลส ทั้งหลายทั้งปวง เป็นคุณแก่ตนเอง อย่างมากมาย และ ยังได้อานิสงส์มากกว่า ทานอื่นๆอีกด้วย

พระพุทธเจ้าทรงตรัสเอาไว้ว่า บุคคลใดก็ตาม ที่มีอภัยทาน อยู่ประจำในจิตใจ บุคคลนั้น ก็เป็นผู้ที่ได้เข้าถึง ปรมัตถบารมีแล้ว ซึ่งปรมัตถบารมีนี้ ถือว่า เป็นบารมีสูงสุด เป็นบารมีที่ทำให้ สามารถเข้าถึงนิพพานได้

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น