วันจันทร์ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2563

การถ่อมตน

การถ่อมตน

ความถ่อมตน คือ การเอามานะทิฏฐิออกจากใจ ไม่ยโสโอหัง ไม่ถือดีดื้อรั้น ไม่อวดดี ไม่อวดรู้ ไม่อวดเก่ง ไม่ทะนงตน ไม่เย่อหยิ่งจองหอง ไม่ดูถูกเหยียดหยามใคร มีความสงบเสงี่ยม เจียมตน ไม่ใช้ความสามารถที่ตนมี เพื่อโอ้อวด หรือ ข่มผู้อื่น ไม่จับผิดผู้อื่น สามารถน้อมตัวลง รับการ สั่งสอน ชี้แนะ รับสิ่งดีๆจากผู้อื่น เข้าสู่ตนเองได้เต็มที่

สาเหตุที่ทำให้คนทั่วไป ไม่มีความถ่อมตน มีดังนี้

1.ยึดติดกับชาติตระกูล คิดว่า ตนเอง เกิดในชาติตระกูลที่ สูงกว่าคนอื่นบ้าง เป็นตระกูลใหญ่บ้าง มีเชื้อสายผู้ดีเก่าบ้าง มีชื่อเสียงโด่งดังมาตั้งแต่อดีตบ้าง คนอื่นๆ จะมาเทียบกับตนเองได้อย่างไร เมื่อมีคิดเช่นนี้ ความถ่อมตนย่อมไม่มี

2. ยึดติดกับทรัพย์สมบัติ คิดว่า ตนเอง มีทรัพย์สมบัติ มีทรัพย์สินเงินทองมากมาย ทำให้ไม่เกรงใจใคร ไม่ง้อใคร ทำอะไรตามใจตนเอง

3.ยึดติดกับรูปร่างหน้าตา คิดว่า ตนเอง มีรูปร่างดีกว่าคนอื่น มีหน้าตาดีกว่าคนอื่น มีผิวพรรณสวยงามกว่าคนอื่น หลงรูปลักษณ์ภายนอกของตนเอง จนขาดความถ่อมตน

4.ยึดติดกับความรู้ความสามารถ คิดว่า ตนเองมีความรู้สูงกว่าคนอื่น มีความสามารถสูงกว่าคนอื่น หลงตัวเองว่าเก่งกว่าคนอื่นอยู่เสมอ

5.ยึดติดกับยศตำแหน่ง คิดว่า ตนเอง มียศมีตำแหน่ง สูงกว่าคนอื่น ใหญ่กว่าคนอื่น มีอำนาจมากกว่าคนอื่น คนที่คิดเช่นนี้ ย่อมหาความถ่อมตนไม่ได้

6.ยึดติดกับบริวาร คิดว่า ตนเอง มีพรรคพวก มีลูกน้อง มีบริวารมากมาย จึงไม่ต้องเกรงกลัวใคร อยากจะทำอะไรก็ได้ ไม่มีใครกล้าทำมาอะไรตัวเองได้ จึงไม่ยอมอ่อนข้อ ไม่ยอมถ่อมตนให้ใคร

โทษของการไม่มีความถ่อมตน มี 3 ประการ  ดังนี้

1.ทำให้เสียคนได้ เพราะ ความอวดดี ความถือตัว ความยโสโอหัง คิดว่าตัวเองดีอยู่แล้ว ไม่ยอมรับฟังคนอื่น ทำให้ไม่มีใครอยากชี้แนะ สั่งสอน ไม่มีใครอยากเตือน เมื่อทำผิด

2.ทำให้เสียเพื่อน เพราะ คนส่วนใหญ่ คงไม่มีใครอยากคบหากับคนที่ อวดดี อวดเก่ง ข่มคนอื่น หลงตัวเอง ไม่เห็นคนอื่นอยู่ในสายตา

3.ทำให้ส่วนรวมเสียหาย เพราะ การเป็นคนอวดดี ไม่ฟังใคร เอาแต่ตัวเองเป็นใหญ่ จะทำให้หมู่คณะมีความขัดแย้งได้ง่าย ยิ่งถ้ามีหลายคน และ ต่างคนก็ต่างอวดดีใส่กัน ก็จะทำให้เกิดความแตกแยกได้ หากหมู่คณะใดมีสมาชิก ล้วนแล้วแต่มีความถ่อมตน ถึงแม้ในบางครั้งจะมีปัญหากันบ้าง แต่ก็จะสามารถกลับมาสามัคคีกันไหม่ได้ แต่ในหมู่คณะที่สมาชิก มีแต่ความอวดดีเข้าหากัน หมู่คณะนั้น จะไม่มีทางสมัครสมานสามัคคีกันได้เลย

วิธีทำให้เป็นคนถ่อมตน มีดังนี้

1.คบมิตรที่ดี คือ คบกับคนที่ดี คนที่มีศีลธรรม จะได้ช่วยชี้แนะ เตือนสติ ให้เราประพฤติตน ไปในทางที่เหมาะที่ควร

2.รู้จักคิดรู้จักไตร่ตรอง เข้าใจเหตุ และ ผล ตามความเป็นจริง ตัวเราเอง ไม่ได้ดี ไม่ได้วิเศษ ไปกว่าคนอื่น รูปร่างหน้าตา ฐานะ ชาติตระกูล ฯลฯ สิ่งต่างๆเหล่านี้ ล้วนเป็นสิ่งไม่เที่ยงแท้  ไม่ยั่งยืน ไม่ใช่สิ่งที่จะนำมาใช้ วัดคุณค่าคน

3.ยอมรับฟังผู้อื่น ยอมรับฟังคำชี้แนะ คำตักเตือน เคารพความคิดความเห็น ผู้อื่นด้วยเหตุด้วยผล

ลักษณะคนที่มีความถ่อมตน  มี 3 ประการ ดังนี้

1.กิริยาอ่อนน้อม มีกิริยามารยาทที่ดี มีความอ่อนน้อมต่อคนทั่วไป ไม่ลดตัวเกินไป และ ไม่ถือตัวเกินไป ไม่ตีตนเสมอท่าน รู้จักที่ต่ำที่สูง ปฏิบัติกับคนทั้งหลายเสมอกัน ไม่ว่าจะฐานะสูง หรือ ต่ำกว่าตน สงบเสงี่ยมสำรวมกาย แต่มีความผึ่งผาย องอาจอยู่ในตัว

2.วาจาอ่อนหวาน คำพูดน่าฟัง พูดออกมาจากใจที่บริสุทธิ์ ไม่หยาบกระด้าง ไม่โอ้อวดยกตน ไม่พูดจาข่มขู่ผู้อื่น ไม่เยาะเย้ยถากถางเมื่อมีผู้ทำผิดพลาด ไม่ลบหลู่ทับถมผู้อื่น เมื่อตนเองทำผิดพลาด หรือ ล่วงเกินผู้อื่น
ก็เต็มใจกล่าว ขอโทษ หรือ ขออภัย และ กล่าวขอบคุณ เมื่อได้รับความช่วยเหลือ หรือ ได้รับสิ่งดีๆจากผู้อื่น ชมเชยสรรเสริญอย่างจริงใจ เมื่อเห็นใครทำดี

3.จิตใจอ่อนโยน นอบน้อม ถ่อมตัว แต่เข้มแข็ง  ไม่อวดดีอวดความสามารถ  แต่ฝึกฝนพัฒนาตนเอง ให้มีความสามารถ ใจกว้าง รับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น ไม่เอาความคิดตัวเองเป็นใหญ่ รู้จักผ่อนปรน ไม่ด่วนโกรธคนที่คิดไม่เหมือนตน พยายามหาวิธี ปรับความคิดเห็นเข้าหากัน เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ให้อภัยกับความผิดพลาดของผู้อื่น

อานิสงส์ของการมีความถ่อมตน

1.ไม่มีศัตรู อยู่อย่างเป็นสุข

2.ทำให้ น่าเคารพ น่านับถือ เป็นที่รักใคร่ของคนทั่วไป

3.ทำให้หมู่คณะมีความสามัคคี

4.ทำให้ได้มิตรที่ดี

5.สามาถรับ ความรู้ คำชี้แนะ  และ สิ่งดีๆ จากคนอื่นได้

6.มีที่พึ่งพิงทั้งในภพนี้ และ ภพหน้า

7.เป็นการประพฤติตนอยู่ในธรรม ทำให้ไม่ประมาท

8.บรรลุมรรคผลได้ง่าย

ผู้ที่มีความถือดี อวดดี อาจจะได้รับความเคารพ ความเกรงกลัว แต่จะไม่ได้รับความนับถือ อย่างจริงใจ ผู้ที่จะได้รับ การนับถือ การยกย่อง จากผู้อื่น ทั้งกายและใจนั้น ต้องเป็นผู้ที่มีความ อ่อนน้อมถ่อมตนอยู่ในตัวเอง อย่างเต็มที่เท่านั้น

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น