วันพฤหัสบดีที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2563

อบายมุข 6

อบายมุข 6

อบายมุข 6 หมายถึง วิถีทาง หรือ ช่องทาง ที่ทำให้เกิด ควาเสื่อม,ความพินาศ หรือ ความย่อยยับของ โภคทรัพย์, กุศลธรรม และ ปัญญา ซึ่งเป็นสิ่งที่ควรละเว้น มีอยู่ 6 ประการด้วยกัน คือ

1. ติดสุรา ของมึนเมา และ สารเสพติดต่างๆ มีโทษ 6 ประการ ดังนี้

      1.1 เสียทรัพย์ ทรัพย์สินต้องหมดไปกับ การดื่ม การเสพ นอกจากจะเสียทรัพย์สินของตนเองแล้ว อาจจะทำให้ เป็นหนี้ เป็นสิน เพิ่มขึ้นอีกด้วย

      1.2 ทะเลาะวิวาทได้ง่าย เมื่อดื่ม หรือ เสพ จนขาดสติ ขาดความยั้งคิด เมื่อมีอะไร หรือ มีใครมากระทบกระทั้ง ก็อาจเกิดความรุนแรง เกิดการทะเลาะวิวาทกันได้ง่าย

      1.3 เสียสุขภาพ สุขภาพเสื่อมโทรม ทำให้มีโอกาส เกิดโรคต่าง ๆได้มากขึ้น ทั้งโรคที่เป็นผลจาก การดื่มการเสพโดยตรง และ โรคที่เกิดจาก สุขภาพที่อ่อนแอลง ทัังโรคที่อาการไม่หนัก และ โรคที่รุนแรงถึงขั้นเสียชีวิต

      1.4 เสื่อมเสียชื่อเสียง เมื่อดื่ม หรือ เสพ จนขาดสติ ก็อาจมีการแสดงพฤติกรรม การกระทำ ที่ไม่ดี ไม่เหมาะ ไม่ควร ออกไป ผู้คนที่พบเห็น ย่อมรู้สึกไปในทางลบ และ อาจมีการกล่าวขาน เล่าต่อกันไป ทำให้ชื่อเสียงเสียหาย

      1.5 ความละอายลดลง เมื่อหลงลืมขาดสติ ก็อาจจะ กล้าทำในสิ่งที่ปกติแล้ว ไม่กล้าทำ ไม่ละอายในสิ่งที่ปกติแล้ว ควรจะละอาย เป็นผลเสียต่อทั้งตนเอง และ คนรอบข้าง

      1.6 บั่นทอนปัญญา เมื่อหลงลืมขาดสติ ปัญญาย่อมถูกบั่นทอนไปด้วย อะไรที่เคยรู้ได้ เคยคิดได้ เคยเข้าใจได้ ก็อาจจะเลอะเลือน หลงลืมไป การพูด การคิด การตัดสินใจ ก็ผิดเพี้ยนไปจากปกติ เกิดความผิดพลาด เสียหายได้ง่าย ทั้งในทางส่วนตัว และ ส่วนรวม

2.ชอบเที่ยวในยามวิกาล ไปในแหล่งบันเทิงต่างๆ เพื่อสนองความสุขทั้งทางกาย และ ทางใจ มีโทษ 6 ประการ ดังนี้

      2.1 เป็นการไม่ดูแลรักษาตัวเอง เสียสุขภาพ อดหลับอดนอน

      2.2 เป็นการไม่ดูแลรักษาครอบครัว ไปหาความสุขไส่ตัว ทิ้งให้ครอบครัวอยู่ตามลำพัง ในยามค่ำคืน

      2.3 เป็นการไม่ดูแลรักษาทรัพย์สมบัติ หมดไปกับการเที่ยวเตร่ หาความสำราญ

      2.4 เป็นเหตุให้ผู้อื่นระแวงสงสัย

      2.5 เป็นเป้าหมายให้ถูกใส่ความ ถูกเล่าลือในทางไม่ดี

      2.6 เป็นเหตุให้เกิดเรื่องเดือดร้อนตามมาได้ง่าย

3. ชอบออกเที่ยว ดูการละเล่น ดูมหรสพ ดูการแสดงเพื่อความบันเทิงต่างๆ ทั้งเวลากลางวัน และ กลางคืน คือ เมื่อรู้ว่า มีการแสดง มีความบันเทิงที่ไหน ก็รีบไปที่นั่น ละทิ้งการงาน ละทิ้งสิ่งที่ควรจะทำ จิตใจก็คอยแต่กังวล คิดถึงแต่ความสนุกสนาน ทำให้เสียการเสียงาน ข้อนี้ไม่ได้ห้ามเที่ยวเสียทีเดียว เพียงแต่ว่า ต้องให้เหมาะให้ควร ไม่หมกมุ่นเรื่องพวกนี้ มากจนเกินไป

4. เป็นนักพนัน ติดการพนัน มีโทษ 6 ประการ ดังนี้

      4.1 เมื่อชนะ ย่อมเป็นการก่อเวร สร้างศัตรู เพราะ ผู้แพ้ย่อมขุ่นเคืองใจ

      4.2 เมื่อแพ้ ย่อมมีความเสียดายทรัพย์สิน ที่เสียไปในการพนัน

      4.3 เสื่อมทรัพย์ ทรัพย์สินย่อมหมดไปกับการพนัน เพราะ โอกาสที่จะเล่นได้ มีน้อย และ เมื่อเล่นได้ ก็อยากได้อีก ก็เล่นต่อ พอเสียก็อยากได้คืน ก็ยิ่งเล่นเพิ่มอีก ในที่สุด ทรัพย์สินก็จะหมดไปเรื่อยๆ

      4.4 ผู้คนไม่เชื่อถือ ไม่ไว้วางใจ จะพูดจาบอกกล่าวอะไร ไม่ค่อยมีใครเชื่อ จะให้ดูแล รับผิดชอบ ทรัพย์สิน ของมีค่าอะไร ก็ไม่มีใครไว้วางใจ กลัวเอาไปเล่นการพนันหมด

      4.5 เป็นที่หมิ่นประมาทของ ญาติ มิตร เพื่อนฝูง คนรู้จัก ชื่อเสียงไม่ดี คนส่วนใหญ่ ไม่อยากจะคบหาสมาคมด้วย

      4.6 หาคู่ครองที่ดีได้ยาก เพราะ ไม่มีใครอยากได้ คนที่ติดการพนันเป็นคู่ครอง ทั้งทรัพย์สินที่มีอยู่ และ ทรัพย์สินที่หาได้ คงถูกนำไปใช้ในการพนันหมด และ อาจทำให้ครอบครัว ต้องเป็นหนี้เป็นสิน เดือดร้อนลำบาก ผู้ที่ต้องการมีครอบครัวที่ดี มีความสุข ย่อมต้องหลีกเลี่ยงจากคนที่ติดการพนัน

5. การคบกับคนที่ไม่ดี ซึ่งจะทำให้เรา กลายเป็นคนที่ไม่ดีตามไปด้วย
คนที่ไม่ดีไม่ควรคบหาด้วย มีอยู่ 6 ประเภท คือ

      5.1 คนที่ติดการพนัน

      5.2 คนที่เป็นคนเจ้าชู้ ไม่เว้นลูกเขาเมียใคร

      5.3 คนที่ติดเหล้า ติดสิ่งเสพติดต่างๆ

      5.4 คนที่มักหลอกลวงผู้อื่น เพื่อให้ได้สิ่งที่ตัวเองต้องการ

      5.5 คนที่ฉ้อฉล คตโกง ทำการต่างๆด้วยความไม่สุจริต

      5.6 คนที่เป็นนักเลงหัวไม้ มีเรื่อง ทะเลาะวิวาท ต่อยตี กับเขาไปทั่ว

6. เกียจคร้านไม่ทำการทำงาน ผลัดวันประกันพรุ่ง โดยหาเหตุผลต่างๆ นานา มาเป็นข้ออ้าง ในการที่จะไม่ทำงาน เช่น หนาวไปแล้วไม่ทำงาน, ร้อนไปแล้วไม่ทำงาน, เช้าไปแล้วไม่ทำงาน, เย็นไป ค่ำไป แล้วไม่ทำงาน, หิวแล้วไม่ทำงาน, อิ่มแล้วไม่ทำงาน เป็นต้น

อบายมุข ทั้ง 6 นี้ เป็นวิถีทางที่ ทำให้เกิดความเสื่อม ทั้งทางด้านจิตใจ และ ทางทรัพย์สิน เป็นสิ่งที่ควรละเว้น ถ้าละเว้นไม่ได้ทั้งหมด ก็ควรพยายามที่จะ ไม่หมกมุ่นกับสิ่งเหล่านี้ มากจนเกินไป

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น