คาถาชินบัญชร โดย สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี)
พระคาถานี้ เป็นคาถาที่ตกทอดมาจากลังกา ท่านเจ้าประคุณสมเด็จฯ ได้นำมาดัดแปลง ให้เป็นเอกลักษณ์พิเศษ ผู้สวดคาถานี้เป็นประจำ จะเป็นสิริมงคลแก่ตนเอง ศัตรูไม่กล้ำกราย มีเมตตามหานิยม ขจัดภัยคุณไสยต่างๆ
ความหมายของ ชินบัญชร คำว่า ชิน หมายถึง พระพุทธเจ้า
คำว่า บัญชร หมายถึง กรง ลูกกรง ซี่กรง หรือ เกราะ
คำว่าชินบัญชร จึงแปลว่า กรง ลูกกรง ซี่กรง หรือ เกราะป้องกันภัยของพระพุทธเจ้า ซึ่งสามารถ ปกป้องคุ้มครองภัยอันตราย ทั้งปวงได้
โดยเป็นการอัญเชิญ พระพุทธเจ้า จำนวน 28 พระองค์ และ สาวกของพระพุทธเจ้าอีก จำนวน 80 องค์ อีกทั้ง ยังได้อาราธนา พระสูตรอันศักดิ์สิทธิ์ ในด้านต่างๆ มาสถิตอยู่ในทุกส่วนของร่างกาย รวมเป็นกำแพงแก้ว ล้อมรอบตัวผู้สวด จนภัยอันตรายไม่สามารถ สอดแทรกเข้ามาทำร้ายได้
การเริ่มสวด คาถาชินบัญชร ควรเริ่มในวันพฤหัสบดี ซึ่งถือว่าเป็นวันครู
ก่อนสวดภาวนาให้ตั้ง นะโม ๓ จบ
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุท ธัสสะ
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุท ธัสสะ
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุท ธัสสะ
จากนั้นให้ตั้งจิตนึกถึงสมเด็จโต พรหมรังสี แล้วอธิษฐานว่า
ปุตตะกาโม ละเภปุตตัง ธะนะกาโม ละเภธะนัง
อัตถิกาเย กายะ ญายะ เทวานัง ปิยะตัง สุตตะวา
อิติปิโสภะคะวา ยะมะราชาโน ท้าวเวสสุวัณโณ
มรณังสุขัง อะระหังสุคะโต นะโมพุทธายะ
แล้วจึงเริ่มสวด พระคาถาชินบัญชร
1.ชะยาสะนากะตา พุทธา เชตวา มารัง สะวาหะนัง
จะตุสัจจาสะภัง ระสัง เย ปิวิงสุ นะราสะภา.
2.ตัณหังกะราทะโย พุทธา อัฏฐะวีสะติ นายะกา
สัพเพ ปะติฏฐิตา มัยหัง มัตถะเกเต มุนิสสะรา.
3.สีเส ปะติฏฐิโต มัยหัง พุทโธ ธัมโม ทะวิโลจะเน
สังโฆ ปะติฏฐิโต มัยหัง อุเร สัพพะคุณากะโร.
4.หะทะเย เม อะนุรุทโธ สารีปุตโต จะทักขิเณ
โกณฑัญโญ ปิฏฐิภาคัสมิง โมคคัลลาโน จะ วามะเก.
5.ทักขิเณ สะวะเน มัยหัง อาสุง อานันทะ ราหุโล
กัสสะโป จะ มะหานาโม อุภาสุง วามะโสตะเก.
6.เกสันเต ปิฏฐิภาคัสมิง สุริโย วะ ปะภังกะโร
นิสินโน สิริสัมปันโน โสภิโต มุนิปุงคะโว
7.กุมาระกัสสโป เถโร มะเหสี จิตตะ วาทะโก
โส มัยหัง วะทะเน นิจจัง ปะติฏฐาสิคุณากะโร.
8.ปุณโณ อังคุลิมาโร จะ อุปาลี นันทะ สีวะลี
เถรา ปัญจะ อิเม ชาตา นะลาเต ติละกา มะมะ.
9.เสสาสีติ มะหาเถรา วิชิตา ชินะสาวะกา
เอเตสีติ มะหาเถรา ชิตะวันโต ชิโนระสา
ชะลันตา สีละเตเชนะ อังคะมังเคสุ สัณฐิตา.
10.ระตะนัง ปุระโต อาสิ ทักขิเณ เมตตะ สุตตะกัง
ธะชัคคัง ปัจฉะโต อาสิ วาเม อังคุลิมาละกัง
11.ขันธะโมระปะริตตัญจะ อาฏานาฏิยะ สุตตะกัง
อากาเส ฉะทะนัง อาสิ เสสา ปาการะสัณฐิตา
12.ชินา นานา วะระสังยุตตา สัตตัปปาการะ ลังกะตา
วาตะปิตตาทะสัญชาตา พาหิรัช ฌัตตุปัททะวา.
13.อะเสสา วินะยัง ยันตุ อะนันตะชินะ เตชะสา
วะสะโต เม สะกิจเจนะ สะทา สัมพุทธะปัญชะเร.
14.ชินะปัญชะระมัชฌัมหิ วิหะรันตัง มะฮี ตะเล
สะทา ปาเลนตุ มัง สัพเพ เต มะหาปุริสาสะภา.
15.อิจเจวะมันโต สุคุตโต สุรักโข
ชินานุภาเวนะ ชิตุปัททะโว
ธัมมานุภาเวนะ ชิตาริสังโฆ
สังฆานุภาเวนะ ชิตันตะราโย
สัทธัมมานุภาวะ ปาลิโต จะรามิ ชินะปัญชะเรติ.
คำแปลของ พระคาถาชินบัญชร
1.พระพุทธเจ้าและพระนราสภาทั้งหลาย ผู้ประทับนั่งแล้วบนชัยบัลลังก์ ทรงพิชิตพระยามาราธิราชผู้พรั่งพร้อมด้วยเสนาราชพาหนะแล้ว เสวยอมตรสคือ อริยะสัจธรรมทั้งสี่ประการ เป็นผู้นำสรรพสัตว์ให้ข้ามพ้นจากกิเลสและกองทุกข์
2.มี ๒๘ พระองค์คือ พระผู้ทรงพระนามว่า ตัณหังกรเป็นต้น พระพุทธเจ้าผู้จอมมุนีทั้งหมดนั้น
3.ข้าพระพุทธเจ้าขออัญเชิญมาประดิษฐานเหนือเศียรเกล้า องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ประดิษฐานอยู่บนศีรษะ พระธรรมอยู่ที่ดวงตาทั้งสอง พระสงฆ์ผู้เป็นอากรบ่อเกิดแห่งสรรพคุณอยู่ที่อก
4.พระอนุรุทธะอยู่ที่ใจพระสารีบุตรอยู่เบื้องขวา พระโมคคัลลาน์อยู่เบื้องซ้าย พระอัญญาโกณทัญญะอยู่เบื้องหลัง
5.พระอานนท์กับพระราหุลอยู่หูขวา พระกัสสะปะกับพระมหานามะอยู่ที่หูซ้าย
6.มุนีผู้ประเสริฐคือพระโสภิตะผู้สมบูรณ์ด้วยสิริดังพระอาทิตย์ส่องแสง อยู่ที่ทุกเส้นขน ตลอดร่างทั้งข้างหน้าและข้างหลัง
7.พระเถระกุมาระกัสสะปะผู้แสวงบุญทรงคุณอันวิเศษ มีวาทะอันวิจิตรไพเราะอยู่ปากเป็นประจำ
8.พระปุณณะ พระอังคุลิมาล พระอุบาลี พระนันทะ และพระสีวะลี พระเถระทั้ง ๕ นี้ จงปรากฏเกิดเป็นกระแจะจุณเจิมที่หน้าผาก
9.ส่วนพระอสีติมหาเถระที่เหลือผู้มีชัยและเป็นพระโอรส เป็นพระสาวกของพระพุทธเจ้าผู้ทรงชัย แต่ละองค์ล้วน รุ่งเรืองไพโรจน์ด้วยเดชแห่งศีลให้ดำรงอยู่ทั่วอวัยวะน้อยใหญ่
10.พระรัตนสูตรอยู่เบื้องหน้าพระเมตตาสูตรอยู่เบื้องขวา พระอังคุลิมาลปริตรอยู่เบื้องซ้าย พระธชัคคะสูตรอยู่เบื้องหลัง
11.พระขันธปริตร พระโมรปริตร และพระอาฏานาฏิยสูตร เป็นเครื่องกางกั้นดุจหลังคาอยู่บนนภากาศ
12.อนึ่งพระชินเจ้าทั้งหลาย นอกจากที่ได้กล่าวมาแล้วนี้ ผู้ประกอบพร้อมด้วยกำลังนานาชนิด มีศีลาทิคุณอันมั่นคง สัตตะปราการเป็นอาภรณ์มาตั้งล้อมเป็นกำแพงคุ้มครองเจ็ดชั้น
13.ด้วยเดชานุภาพแห่งพระอนันตชินเจ้าไม่ว่าจะทำกิจการใดๆ เมื่อข้าพระพุทธเจ้าเข้าอาศัยอยู่ในพระบัญชรแวดวงกรงล้อม แห่งพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ขอโรคอุปัทวะทุกข์ทั้งภายนอกและภายใน อันเกิดแต่โรคร้าย คือ โรคลมและโรคดีเป็นต้น เป็นสมุฏฐานจงกำจัดให้พินาศไปอย่าได้เหลือ
14.ขอพระมหาบุรุษผู้ทรงพระคุณอันล้ำเลิศทั้งปวงนั้น จงอภิบาลข้าพระพุทธเจ้า ผู้อยู่ในภาคพื้น ท่ามกลางพระชินบัญชร ข้าพระพุทธเจ้าได้รับการคุ้มครองปกปักรักษาภายในเป็นอันดีฉะนี้แล
15.ข้าพระพุทธเจ้าได้รับการอภิบาลด้วยคุณานุภาพแห่งสัทธรรม จึงชนะเสียได้ซึ่งอุปัทวอันตรายใดๆ ด้วยอานุภาพแห่งพระชินะพุทธเจ้า ชนะข้าศึกศัตรูด้วยอานุภาพแห่งพระธรรม ชนะอันตรายทั้งปวงด้วยอานุภาพ แห่งพระสงฆ์ ขอข้าพระพุทธเจ้าจงได้ปฏิบัติ และรักษาดำเนินไปโดยสวัสดีเป็นนิจนิรันดรเทอญฯ
พระคาถาชินบัญชร ฉบับย่อ
ชิ นะ ปัญ ชะ ระ ปะ ริ ตัง มัง รัก ขะ ตุ สัพ พะ ทา (สวดภาวนา 10 จบ)
พระคาถานี้ มีอนุภาพศักดิ์สิทธิ์มาก ผู้ที่สวดภาวนาเป็นประจำ จะได้รับอนุภาพต่างๆ เช่น
หากสวดอย่างน้อยวันละ 3 จบ จะมีอานุภาพคุ้มครองไป 1 วัน 1 คืน
ขึ้นรถ ลงเรือ หรือ ในขณะเดินทาง ให้สวดภาวนาในใจ จะปลอดภัยจากอุบัติเหตุทั้งปวง
จะเดินทางไปไหน สวด 10 จบ แล้วอธิษฐาน จะสำเร็จสมความตั้งใจ
ผู้สวดเป็นประจำ จะเป็นเสน่ห์มงคล เกิดเมตตามหานิยม เป็นสิริมงคลแก่ตัวเอง
อยู่ในสถานะการณ์ร้ายแรงอย่างไร ก็ให้สวดภาวนา จะแคล้วคลาดปลอดภัย
แม้ถูกทำของ ทำคุณไสยใส่ หากสวดภาวนาไม่ขาด ก็ปกป้องได้ ช่วยขจัดภัยจากภูตผีปีศาจทั้งปวง
หากสวดเป็นประจำไ่ม่ขาดเลย มักจะมีอะไรพิเศษ เช่น ฝันเห็นเหตุการณ์ล่วงหน้า
ถ้านอนสวดในใจจนหลับ จะนอนหลับสบาย ตื่นมาก็ มีความสุข แจ่มใส ปลอดโปร่ง
ผู้มีสมาธิจิตสูง สามารถภาวนาพระคาถานี้ เพื่อทำน้ำมนต์ แก้อาการวิกลจริต และ รักษาโรคได้
ผู้ที่เจ็บไข้ได้ป่วย ถ้ามีคนอื่น (แม้จะไม่ใช่ญาติ) บนบานว่า จะสวดคาถานี้ร้อยจบ ห้าร้อยจบ หรือ หนึ่งพันจบ ให้แก่ เจ้ากรรมนายเวร ก็มักจะหายป่วย ผู้ที่เจ็บป่วยเอง ถ้าสวดคาถานี้อยู่เรื่อยๆ ก็จะหายป่วยได้เร็วขึ้น
เด็กๆ นักเรียน นักศึกษา สวดคาถานี้ เป็นประจำ หรือ สวดก่อนนอนทุกคืน จะเรียนเก่ง จำดีแน่นอน
ผู้สวดคาถานี้เป็นประจำ และ ประกอบอาชีพสุจริต จะเจริญก้าวหน้าในอาชีพการงานดีขึ้น เนื่องจากวิบากกรรมเบาบางลง หนุนให้กุศลส่งแรงขึ้น
ถ้าสวดพร้อม กันหลายคน ในเวลาเดียวกัน อานุภาพจะแผ่กว้างออกไปมาก ทำให้ทั้งผู้สวด สถานที่บริเวณ รวมถึงประเทศชาติได้รับอานิสงค์ในการสวดด้วย
อานุภาพยังมีอีกมาก ขอเพียงหมั่นสวดภาวนา จะเป็นมงคลต่อชีวิตแน่นอน
แต่ทั้งนี้ก็ต้องขึ้นอยู่กับ กรรมที่เคยทำมาด้วย ถ้าอดีตชาติเคยสร้างกรรมหนักไว้ ก็อาจจะช่วยบรรเทาได้บ้าง แต่ถึงอย่างไรก็ต้องได้รับผลกรรมนั้น แต่ถ้าไม่มีกรรมหนัก และ ยังเป็นผู้ประพฤติอยู่ในศิลในธรรม สร้าง แต่บุญกุศล ทำแต่ความดี การสวดคาถาชินบัญชรเป็นประจำสม่ำเสมอ จะได้รับสิ่งดีดีในชีวิตอย่างแน่นอน
ดังนั้น ผู้ที่สวดคาถาชินบัญชร ควรประพฤติตนให้อยู่ในทำนองครองธรรมอยู่เสมอ
การสวดคาถาชินบัญชร อย่าสวดเร็ว หรือ ช้าเกินไป เพราะขณะสวด ว่ากันว่า ผีเรือน ผีบ้าน รุกขเทวดา จะมาฟัง เพื่อรับบารมีของคาถานี้
คาถาชินบัญชรนี้ มีการเผยแพร่กันไปหลายฉบับ ในแต่ละฉบับอาจมีความแตกต่างกันบ้าง ก็อย่าได้กังวลใจ เพราะ ความศักดิ์สิทธิ์ของคาถา ขึ้นอยู่กับจิตของผู้สวด ถึงคาถาจะผิดเพี้ยนกันไปบ้าง แต่ถ้าจิตเป็นสมาธิมั่นคง ผลดีก็ย่อมบังเกิดขึ้นแก่ผู้สวดอย่่างแน่นอน
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น