วันจันทร์ที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2563

คาถาที่สมเด็จโตสวดในระหว่างธุดงค์

คาถาที่สมเด็จโตสวดภาวนาในระหว่างที่เดินธุดงค์

พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ
ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ
สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ

เป็นบทสวดภาวนา ไตรสรณคมน์

มีความหมายว่า

ข้าพเจ้าจะขอยึดมั่น พระพุทธเจ้าเป็นที่พึ่ง
ข้าพเจ้าจะขอยึดมั่น พระธรรมเป็นที่พึ่ง
ข้าพเจ้าจะขอยึดมั่น พระสงฆ์เป็นที่พึ่ง

บทสวดนี้ เป็นบทต้น ของการสวดมนต์ส่วนใหญ่ เพื่อให้ยึดเอาพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่ง ในการนำ จิตวิญญาณ ที่ยังไม่พ้นสังสารวัฎฎ์ของเรา ให้พ้นจากกิเลส ปลดเปลื้ัองความทุกข์ ให้หมดไป ด้วยการ มีที่พึ่ง คือ พระพุทธเจ้า, มีที่พึ่ง คือ พระธรรม คำสอนของพระพุทธเจ้า, มีที่พึ่ง คือ พระสงฆ์ ผู้เป็นแบบอย่าง และ ที่ปรึกษา

สมเด็จโต ท่านเคยเล่าว่า ในช่วงที่ท่านได้ออกเดินธุดงค์ไปในป่า เป็นเวลา 15 ปี  โดยท่านไปธุดงค์อยู่ในพื้นที่ ใกล้กับชายแดนของประเทศเขมร เขตดงพญาไฟ ซึ่งในสมัยนั้น บริเวณดังกล่าว  เต็มไปด้วย ภูตผีวิญญาณ สิงสาราสัตว์ และ ยังมีชาวบ้านที่เล่นคุณไสย มีเวทมนต์คาถา อยู่อย่างมากมาย

ท่านได้ธุดงค์ไปเพียงลำพัง และ ในช่วงนั้นท่านไม่ได้ศึกษา คาถาอาคม หรือ เวทย์มนตร์ใดๆเลย

มีเพียงแค่บทสวดนี้

พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ
ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ
สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ

ไม่ว่าจะไปถึงที่ใด ท่านก็จะท่องสวดคาถานี้ ตลอดเวลา และ ได้เห็นอานิสงส์ของ การสวดคาถานี้ เมื่อท่านเดินทางเข้าสู่หมู่บ้านหนึ่ง ซึ่งมีชาวบ้านอาศัยอยู่ ไม่มากนัก ท่านได้ปักกลดอยู่ที่ ท้ายหมู่บ้าน และ อาศัยอยู่ในที่นั้น เป็นเวลาหลายปี เมื่อชาวบ้าน เห็นว่า มีพระภิกษุมาปักกลดอยู่ ก็ได้นำอาหารมาถวาย ตามกำลังที่พวกเขาทำได้
แต่มีชาวบ้านผู้หนึ่ง หลังจากถวายอาหารแล้ว ได้เข้าไปสนทนากับท่าน โดยบอกว่า ตัวเขาเป็นผู้ฝึกวิชาเวทมนตร์ คาถาอาคม และ มักจะทดสอบวิชาของตน กับพระภิกษุสงฆ์ ที่มาปักกลดในบริเวณหมู่บ้านนี้ อยู่เป็นประจำ โดยส่งคุณไสยไปให้ แต่ไม่ได้ต้องการทำร้าย ให้ถึงตายแต่อย่างใด เพียงแค่จะทดสอบดูว่า ภิกษุรูปนั้นๆ มีวิชาแก่กล้าแค่ไหน พอที่จะสู้กับคุณไสยของเขา ได้หรือไม่
เขาได้เล่าว่า เขาได้ทำคุณไสยใส่ ท่านสมเด็จโต ทุกคืน เป็นเวลา 7 วัน เต็มๆ มีทั้งการ ปล่อยตะขาบ  ปล่อยหนังควาย ปล่อยควายธนู รวมถึงภูติพราย เข้ามาทำร้าย แต่สิ่งที่ปล่อยมาทั้งหมด กลับไม่สามารถ เข้ามาทำร้ายท่านได้เลย จึงได้เข้ามากราบ เพื่อขอสนทนา แลกเปลี่ยนวิชาเวทมนตร์ อาคมคาถา กับท่าน สมเด็จท่านจึงตอบไปว่า ตัวท่าน ไม่ได้มีเวทมนตร์คาถาใดๆ ทำให้ชาวบ้านผู้นััน เกิดความสงสัยเป็นอย่างยิ่ง ว่าเหตุใด คุณไสยที่ส่งมา จึงไม่สามารถทำร้ายท่านได้

สมเด็จท่าน จึงได้บอกแก่เขาไปว่า ก่อนที่จะจำวัด ท่านจะสวดคำว่า

พุทธังสะระณัง คัจฉามิ
ธัมมังสะระณัง คัจฉามิ
สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ

จนจิตสงบนิ่งแล้ว จึงแผ่ส่วนกุศล ให้สรรพสัตว์ทั้งหลาย จงอย่าได้มีความทุกข์กายทุกข์ใจเลย อย่าได้มีเวรแก่กันและกันเลย อย่าได้เบียดเบียนซึ่งกันและกันเลย เสร็จแล้วจึงจำวัด เป็นปกติทุกคืน

เมื่อชาวบ้านผู้นั้นได้ฟัง จึงขอร้องให้ท่าน หยุดการสวดมนต์ ก่อนจำวัด สัก 1 คืน จะได้หรือไม่ เพราะ เขาต้องการจะพิสูจน์ว่า การสวดมนตร์เช่นนี้ เป็นเกราะคุ้มครองภัยให้ท่าน หรือ อำนาจเวทมนตร์คาถา ของเขา เสื่อมถอยกันแน่ จึงทำให้ คุณไสยที่ส่งมาไม่ได้ผล และ เขาได้รับรองว่า จะไม่ทำอันตรายท่าน อย่างเด็ดขาด แค่ต้องการทดสอบให้รู้ว่า เกิดอะไรขึ้นเท่านั้น
สมเด็จท่านก็ตกลง รับปากตามที่ขอ ว่าคืนนี้ท่าน จะไม่สวดมนต์ก่อนจำวัด เขาจึงได้ลากลับไป

เมื่อถึงตอนค่ำ ท่านก็เข้าจำวัด และ หลับไป มารู้สึกตัวอีกที ตอนที่ได้ยินเสียง กุกกักๆ ดังขึ้นมา จึงได้ลุกขึ้น จุดเทียนสำรวจดู และ พบว่า มีตะขาบต้วใหญ่ ยาวเท่าขา กำลังเลื้อยเข้ามาหา ท่านรู้สึกตกใจมาก และ ด้วยสัญชาติญาณ จึงได้กล่าวคำสวดมนต์ ที่สวดมาทุกคืนก่อนหน้านี้ คือ

พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ
ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ
สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ

ด้วยจิตที่ยึดมั่น ในพระพุทธองค์ นานเท่าใด ไม่อาจทราบได้ เสียงกุกกัก และ ตะขาบ ก็ได้อันตรธานหายไป ท่านจึงจำวัดต่อตามปกติ

รุ่งขึ้นในวันต่อมา ชาวบ้านผู้นั้น ก็เข้ามาหา และบอกว่า เมื่อคืนนี้ เขาได้ปล่อยตะขาบ เข้าไปในกลดของท่าน สมเด็จท่านจึงตอบว่า ท่านได้ยินเสียง จึงตื่นมา และ เห็นตะขาบตัวใหญ่ รู้สึกตกใจมาก จึงสวดมนต์ภาวนา แล้วตะขาบ ก็อันตรธานหายไป

ชาวบ้านผู้นั้นได้ฟัง ก็ยกมือขึ้นพนม และ กล่าวว่า ข้าพเจ้าเชื่อแล้วว่า อำนาจ คุณไสย และ เวทมนตร์คาถาใดๆ ของข้าพเจ้า ไม่สามารถทำร้ายท่านได้ เพราะ การสวดมนตร์ภาวนา มีอำนาจเป็นเกราะป้องกัน คุ้มครองท่าน ให้พ้นจาก ภัยอันตรายต่างๆ ได้

เรื่องนี้ เป็นอานิสงส์ของ การสวดมนตร์บทนี้ ที่ท่านสมเด็จโต ได้เล่าให้ฟังว่า ได้พบเจอมา ด้วยตนเอง

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น